โครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 3 เป็นโครงการที่กระตุ้นให้เยาวชนไทยร่วมรณรงค์ ส่งเสริม และสืบสานตัวละครต่างๆ ในวรรณกรรมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านบทประพันธ์ในรูปแบบของร้อยแก้ว ร้อยกรอง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ผนวกกับจินตนาการของตนเองหลังจากได้อ่านบทวรรณกรรมนั้นๆ ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดตัวละครตามจินตนาการของตนเอง ในปีที่ 3 ได้จัดทำโครงการต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้เยาวชนอ่านวรรณกรรมไทยที่กล่าวถึง “ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน ความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียว” เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเป็นคนดี มีน้ำใจ มีจิตใจที่อ่อนโยนโอบอ้อมอารี รักและช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมต่อไป



๑. เชิดชูและสืบสานความเป็นไทย มรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปะและวรรณกรรมที่กำลังจะถูกลืมและเลือนหายไปจากสังคมไทย
๒. กระตุ้นให้เยาวชนไทยรักการอ่าน เข้าใจภาษาไทย ชื่นชมและภูมิใจในภาษาไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาวรรณกรรมเช่น ลักษณะเฉพาะของตัวละครนั้นๆ การแสดงอารมณ์ และท่าทางของตัวละคร
๓. กระตุ้นให้เยาวชนใช้จินตนาการเพื่อช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยถ่ายทอดตัวละครเหล่านั้นออกมาเป็นผลงานทางศิลปะตามความเข้าใจของตนเอง
๔. ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนมีจิตใจดี รู้จักเสียสละ มีน้ำใจ เพราะศิลปะทำให้คนอ่อนโยน อ่อนน้อม และโอบอ้อมอารี
๕. ส่งเสริมและสนับสนุนให้วรรณกรรมเหล่านั้นคงอยู่ โดยสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับการดำเนินชีวิตของคนและสังคมปัจจุบันได้
๖. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้วรรณกรรมไทยเป็นสื่อในการสอนคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชน




เยาวชนไทยทั่วประเทศในระดับประถม, มัธยม, อุดมศึกษา คือ
- เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา 4-6
- เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย
- เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา




๑. ให้เยาวชนที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
๑.๑

อ่านและคัดเลือกวรรณกรรมไทยที่ตนเองชื่นชอบในบทหรือตอนที่กล่าวถึง “ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน ความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียว” และใช้จินตนาการสร้างสรรค์ตัวละครหรือตัวเอกตามบทวรรณกรรมนั้น ๆ ถ่ายทอดเป็นภาพวาด (โดยห้ามคัดลอกภาพจากต้นฉบับเดิม)

๑.๒ สร้างสรรค์ผลงานซึ่งประกอบด้วยบุคลิกตัวละครหรือตัวเอก และองค์ประกอบตามบทวรรณกรรมนั้น โดยอาจวาดลงบนกระดาษ ผ้า หรือวัสดุอื่นๆ ทั้งนี้อาจใช้เทคนิคลายเส้น หรือเทคนิคสีที่ตนเองถนัด อาทิ ภาพสีน้ำ ภาพสีน้ำมัน สีโปสเตอร์ สีฝุ่น สีไม้ สีเทียน สีชอล์ก เป็นต้น
๑.๓ ขนาดผลงานที่ส่งเข้าประกวด ไม่ต่ำกว่า 12 x 16 นิ้ว และไม่เกินกว่า 16 x 24 นิ้ว
๑.๔

ผู้เข้าประกวดจะต้องเขียนหรือพิมพ์รายละเอียดอย่างชัดเจนแนบมาพร้อมกับผลงานที่ส่งเข้าประกวด ดังนี้

ชื่อ-สกุล วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก
ชื่อสถาบันการศึกษา ระดับชั้นที่กำลังศึกษา
ลงนามรับรองจากอาจารย์ผู้สอน (ยกเว้นระดับอุดมศึกษา)
ระบุชื่อตัวละครหรือตัวเอก และชื่อวรรณกรรมให้ชัดเจน
คัดลอกบทวรรณกรรมที่แสดงถึง “ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน ความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียว” ที่ตนเองจะเลือกใช้ในการวาดภาพความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
อธิบายเหตุผลที่เลือกบทวรรณกรรมดังกล่าว และความชื่นชอบต่อตัวละครหรือตัวเอก นั้นๆ ความยาวไม่น้อยกว่า 10 บรรทัด และไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
ผู้จัดการประกวดจะงดพิจารณาผลงานที่มีข้อมูลไม่ครบตามข้อกำหนด
๑.๕ วรรณกรรมต้นแบบสามารถเลือกได้จากแหล่งต่างๆดังนี้
๑.๕.๑      หนังสือที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนในแต่ละระดับชั้น
๑.๕.๒    วรรณกรรมไทยอื่นๆ
๑.๖ รางวัลพิเศษสำหรับเยาวชนพิจารณาตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ
๑.๗ รางวัลพิเศษสำหรับสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนให้เยาวชนส่งผลงานเข้าประกวด
และได้รับรางวัล
๑.๘ ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการประกวดที่ใดมาก่อน
๑.๙ ผู้ส่งผลงานสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่จำกัดจำนวนภาพ แต่จะได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น

๒. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ
๓. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การให้รางวัลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ
๔. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบกรณีผลงานที่ส่งเข้าประกวดซึ่งจัดส่งมาชำรุดหรือเสียหาย ก่อนถึงการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการ




การตัดสินพิจารณาจาก
ภาพวาดสื่อถึงความเป็นไทย และถ่ายทอดถึงบุคลิกลักษณะของตัวละคร และองค์ประกอบได้ถูกต้อง สอดคล้องกับบทวรรณกรรมที่เลือกไว้ โดยพิจารณาประกอบกับเหตุผลที่แนบมา
ภาพวาดสะท้อนถึงจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าประกวดได้อย่างชัดเจน
การใช้เทคนิคลายเส้น หรือเทคนิคการใช้สีต่างๆ มีความสวยงาม โดดเด่น
รางวัลพิเศษสำหรับเยาวชนพิจารณาตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ
อื่นๆ (ตามดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ)
ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด


การรับผลงานคืน
  ผลงานที่ไม่ได้รับรางวัลหรือคงค้าง เจ้าของผลงานสามารถติดต่อรับผลงานคืนได้ด้วยตนเอง ภายในวันที่ 30 ธ.ค.2552 หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ และยินยอมให้บริษัทฯ ดำเนินการใดๆ กับผลงานนั้นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทฯ